ธุรกิจค้าส่งควรปรับตัวอย่างไร เพื่อเอาตัวรอดในยุค New Normal และ Next Normal

share with :

Share on email
Share on facebook
ธุรกิจค้าส่งควรปรับตัวอย่างไร เพื่อเอาตัวรอดในยุค New Normal และ Next Normal

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานับได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเนื่องจากวิกฤต Covid-19 ผนวกกับ Digital Disruption ที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมาก ดังนั้นเพื่อเอาตัวรอดในยุค New Normal และ Next Normal นี้ การปรับตัวถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ในบทความนี้จึงจะมาแนะนำการปรับตัวที่เหมาะสมกับธุรกิจค้าส่ง ว่าจะต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง

พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

การปิดห้างร้านในช่วงที่ผ่านมาส่งผลแก่ผู้บริโภคอย่างมาก กล่าวคือผู้บริโภคบางส่วนหันไปพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ตั้งแต่เด็กไปจนผู้สูงอายุเริ่มสั่งซื้อและคุ้นเคยกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องด้วยความสะดวกสบายในการสั่งซื้อ รวมถึง “ราคาที่ถูก” สามารถเปรียบเทียบหรือมีโปรโมชั่นพิเศษให้ได้เลือกซื้อได้ อย่างไรก็ตามบางส่วนก็ยังต้องการซื้อสินค้าจากร้านค้าหรือร้านค้าส่งอยู่เหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือจะมีพฤติกรรม “Showrooming” หรือการเปรียบเทียบราคาสินค้าระหว่างหน้าร้านและออนไลน์ หากราคาที่ไหนดีกว่าก็จะตัดสินใจซื้อสินค้าจากช่องทางนั้นทันที นอกจากนี้อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือความสนใจของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีต่อประเด็นทางสังคม เช่น สภาพแวดล้อม ความยั่งยืน ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันมากขึ้นอีกด้วย รวมถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพฤติกรรมของผู้บริโภคเมื่อเปลี่ยนไปแล้ว จะไม่หวนกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง

แล้วผู้ค้าส่งและธุรกิจค้าส่งต้องปรับตัวอย่างไร?

ถึงแม้กลุ่มลูกค้าหลักของผู้ค้าส่งจะเป็นระหว่างธุรกิจ (Business-To-Business) ด้วยกันก็ตาม แต่ต้องไม่ลืมว่าผู้บริโภคทั่วไปเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีบทบาทในการกำกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ดังนั้นธุรกิจค้าส่งจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมลูกค้า ซึ่งสามารถปรับตัวได้ดังนี้

1.สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ

จุดด้อยอย่างหนึ่งของร้านค้าออนไลน์คือการที่ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบคุณภาพของสินค้าได้ จะต้องมีการสั่งซื้อเพื่อมาทดลองใช้งานก่อน ซึ่งทำให้เกิดความเบื่อหน่ายเมื่อเจอกับสถานการณ์สินค้าไม่ตรงปก ดังนั้นธุรกิจค้าส่งจำเป็นที่จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคอย่างมากไม่เพียงแค่คุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างความมั่นใจไปถึงกระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ และการจัดส่งที่ถูกสุขอนามัย ตรงตามมาตรฐาน 

2.รองรับการปรับตัวอย่างฉับพลัน

ธุรกิจค้าส่งต้องพร้อมที่จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน เช่น อาจเกิดการแพร่ระบาดโรค Covid-19 อีกครั้ง สถานการณ์อุทกภัยและภัยธรรมชาติ หรือการขาดแคลนทรัพยากรในกระบวนการผลิต เป็นต้น การเตรียมตัวพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงทีหรือมีแผนสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเหล่านั้นจะช่วยให้ผู้ค้าส่งสามารถจัดการกับสถานการณ์และปรับทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้นั่นเอง

3.Omni Channel

เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสินค้าทั้งบนช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน ดังนั้นธุรกิจค้าส่งควรขยายไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและเข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก สำหรับผู้ค้าส่งที่กำลังสงสัยว่า ”จะปรับไปสู่ออนไลน์อย่างเต็มตัวเลยหรือไม่?” สำหรับธุรกิจค้าปลีกอาจสามารถที่จะทำได้ทันที แต่สำหรับธุรกิจค้าส่งนั้น การซื้อขายยังคงจำเป็นต้องหยิบจับสินค้าจริงก่อนที่จะตัดสินใจสั่งซื้อในปริมาณมาก ดังนั้นการมีหน้าร้านหรือตั้งร้านอยู่ในศูนย์ค้าส่งยังคงจำเป็นอยู่ ซึ่งการมีทั้งหน้าร้านและร้านค้าออนไลน์อาจเรียกว่า Omni Channel หรือการเข้าถึงลูกค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อการขายของ ตลอดจนการเชื่อมโยงข้อมูลรอบด้านของลูกค้าผ่านทุกช่องการขายของ เช่น การติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อสั่งจองและไปรับสินค้า การไปยังหน้าร้านและกดสั่งสินค้าจากช่องทางออนไลน์ 

สำหรับธุรกิจค้าส่งหรือคนที่กำลังอยากเริ่มต้นธุรกิจค้าส่ง และสนใจอยากขยายช่องทางไปสู่แพลตฟอร์มค้าส่งออนไลน์ เราขอแนะนำ PhenixBox แพลตฟอร์มค้าส่งออนไลน์ในรูปแบบ Omni Channel ที่สามารถช่วยให้ผู้ค้าส่งเชื่อมโยงการขายจากหน้าร้านเข้าสู่การขายสินค้าผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น โดยไม่ขาดช่วง เพื่อเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศและภูมิภาคอาเซียน และเสริมสร้างความแข็งแรงในด้านออนไลน์เพิ่มเติม พร้อมอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัย เช่น การรวมกลุ่มคำสั่งซื้อ (Group Purchase) เพื่อขยายฐานลูกค้า, แหล่งรวบรวมข้อมูลผู้ขาย (Seller Store) เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น ให้ลูกค้ารู้จักและเชื่อถือคุณมากยิ่งขึ้น, แคตตาล็อกออนไลน์ (E-Catalog) เพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักกับสินค้าของคุณนอกเหนือไปจากสินค้าที่วางหน้าร้าน  ตลอดจนรองรับการชำระเงินหลากหลายช่องทาง

AEC TRADE CENTER – PANTIP WHOLESALE DESTINATION 

เป็นศูนย์ค้าส่งด้านอาหารและบริการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน แต่เดิมเคยเป็นพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นศูนย์ค้าส่งรูปแบบใหม่ ใหญ่ที่สุดใจกลางเมือง ครบวงจร แห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่รวมสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ พร้อมเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นค้าส่ง PhenixBox ครั้งแรกของภูมิภาค ด้วยรูปแบบ Omni Channel เจ้าแรกและเจ้าเดียวแห่งโลกค้าส่งในประเทศไทย ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ในการติดต่อสื่อสารและเชื่อมโยงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ สร้างโอกาสการขายสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ซื้อยุคใหม่ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

AEC TRADE CENTER-PANTIP WHOLESALE DESTINATION

💻 Website: https://aectradecenter-th.com/ 

💻 Website: https://www.phenixbox.com/ 

📩 Inbox: https://www.facebook.com/messages/t/aectradecenter.th  

💬 Line: @aecpantip

📞 : 061-416-6790, 065-950-5986

AEC TRADE CENTER

We use cookies to give you the best online experience. By agreeing you accept the use of cookies in accordance with our cookie policy.

Privacy Settings saved!
Privacy Settings

When you visit any web site, it may store or retrieve information on your browser, mostly in the form of cookies. Control your personal Cookie Services here.

These cookies are necessary for the website to function and cannot be switched off in our systems.

In order to use this website we use the following technically required cookies
  • wordpress_test_cookie
  • wordpress_logged_in_
  • wordpress_sec

Decline all Services
Accept all Services